สถิติผู้เข้าชมเว็บตั้ง 23 พฤศจิกายน  2553
real time web stats
พันธุ์ไม้ป่าชายเลน

โกงกางใบใหญ่ Rhizophora mucronata Poir

วงศ์ : RHIZOPHORACEAE

ชื่ออื่น : กงกอน (ชุมพร) กงกางนอก (เพชรบุีรี) กงเกง (นครปฐม) พังกาใบใหญ (ใต้)

          เป็นไม้ไม่ผลัดใบที่มีขนาดใหญ่ สูง ๓๐ - ๔๐ เมตร เปลือกหยาบ  สีเทาถึงดำ แตกเป็นร่องทั้งตามยาวและขวาง หรือแตกเป็นร่องตารางสี่เหลี่ยม หากทุบเปลือกทิ้งไว้สักครู่ด้านในของเปลือกจะเป็นสีเหลืองถึงส้ม รอบๆ โคนต้น มีรากค้ำจุนทำหน้าที่พยุงลำต้น บางครั้งพบว่ามีรากอากาศที่งอกจากกิ่งอยู่บ้าง แต่ไม่มากนัก

          ใบ  เป็นใบเดี่ยวเรียงตางข้ามสลับทิศทางกัน แผ่นใบรูปรีกว้าง ปลายใบแหลม มีติ่งแหลมเล็กและแข็ง ใบเกลี้ยง ท้องใบสีออกเหลือง มีจุดสีดำเล็กๆ กระจายเต็มท้องใบ

          ดอก ออกเป็นช่อที่ง่ามใบ มีก้านช่อดอก หนึ่งช่อมี ๒ - ๑๒ ดอก กลีบเลี้ยง ๔ กลีบ สีเหลืองอ่อน กลีบดอก ๔ กลีบ สีขาวมีขน ออกดอกราวเดือนกันยายน - ตุลาคม

          ผล  ผิวหยาบยาว ขนาด๒ - ๓.๘ ซม. สีน้ำตาล - เขียว ฝักจะงอกตั้งแต่ผลยังติดอยู่บนต้น  ฝักสีเขียวมีตุ่ม ฝักแก่ในราวเดือนมีนาคม - สิงหาคม

...............................................................................................................

โกงกางใบเล็ก Rhizophora apiculata Bl.

วงศ์ :  RHIZOPHORACEAE

ชื่ออื่น : โกงกาง (ระนอง)  พังกาใบเล็ก (พังงา) พังกาทราย (กระบี่)

          เป็นไม้ไม่ผลัดใบ ขนาดกลาง - ใหญ่ สูง ๒๐ - ๔๐ เมตร เปลือกสีเทาดำ ผิวเปลือกเรียบแตกเป็นร่องเล็กตามยาวของลำ้ต้น เด่นชัดกว่าร่องตามขวาง เมื่อทุบเปลือกทิ้งไว้สักครู่ จะพบว่าด้านในของเปลือกเป็นสีแสดอมแดง เรือนยอดแคบรูปปิระมิด รอบๆ บริเวณโคนต้น มีรากค้ำจุน ทำหน้าที่พยุงลำต้น และมักมีรากอากาศ ซึ่งเกิดจากกิ่งตอนบนเป็นจำนวนมาก

          ใบ  เป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับทิศทางกัน แผ่นใบรูปรีปลายแหลม ใบเกลี้ยง ท้องใบสีเขียวอมดำ มีจุดสีดำเล็กๆ กระจายเต็มท้องใบ

          ดอก  ออกเป็นช่อที่ง่ามใบ หนึ่งชื่อมี ๒ ดอก ไม่มีก้านดอก กลีบเลี้้ยงสี่กลีบสีเขียวอมเหลือง กลีบดอก ๔ กลีบสีขาว ออกดอกราวเดือนกันยายน - มกราคม

          ผล  ผิวหยาบยาว ๒ - ๓ ซม. สีน้ำตาล ฝักจะงอกตั้งแต่ผลยังติดอยู่บนต้น ฝักผิวเรียบสีเขียวจะหลุดหล่นได้เอง ฝักแก่ในราวเดือนเมษายน - ธันวาคม

.............................................................................................................. 

พังกาหัวสุมดอกขาว Bruguiera sexangula Poir

วงศ์ : RHIZOPHORACEAE

ชื่ออื่น :  ขลัก (ชุมพร)  พังกาหัวสุม (กระบี่ ตรัง) ประสักขาว, ประสักหนู

          เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูง ๒๐ - ๓๐ เมตร โคนต้นมีพูพอนสูง รากหายใจรูปคล้ายเข่า

          มีรากค้ำจุนขนาดเล็ก กิ่งอ่อนสีเขียว บางครั้งเหมือนถูกย้อมด้วยสีแดง เปลือกสีเทาเข้มถึงสีน้ำตาลอมเทา ผิวเปลือกหยาบเป็นสะเก็ด แตกเป็นร่องตามยาว ช่องอากาศขนาดใหญ่มีน้อย มีเฉพาะที่พูพอน

          ใบ  เป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับทิศทาง แผ่นใบรูปรีปลายแหลม ก้านใบยาว สีเหลืองอ่อนหรือเขียว

          ดอก ดอกเดี่ยวออกตามง่ามใบ มีก้านดอก กลีบเลี้ยง ๑๐ - ๑๒ กลีบ สีเหลืองอ่อนหรือเขียวอมเหลือง หรือเขียวอมชมพู

          ผล รูปคล้ายลูกข่าง ยาว ๒ - ๓ ซม. ผิวเรียบ ฝักจะงอกตั้งแต่ผลยังติดอยู่บนต้น ฝักรูปซิการ์สีเขียว ออกดอกและผลเกือบตลอดปี

...............................................................................................................

 

แสมทะเล Avicennia marina ZForskX Vierh

วงศ์ : AVICENNIACEAE

ชื่ออื่น : ปีปีดำ (ภูเก็ต)  แสมขาว  พีพีเล

          เป็นไม้ขนาดเล็ก สูงประมาณ ๕ - ๗ เมตร มีลักษณะเป็นพุ่ม ส่วนใหญ่มี ๒ ลำต้นหรือมากกว่า ไม่มีพูพอน เรือนยอดโปร่ง มีรากหายใจรูปคล้ายดินสอ ยาว ๑๐ - ๒๐ ซม.เหนือผิวดิน เปลือกเรียบเป็นมัน สีขาวอมเทา หรือขาวอมชมพู ต้นที่มีอายุมากเปลือกจะหลุดออกเป็นเกล็ดบางๆ  คล้ายแผ่นกระดาษ และผิวของเปลือกใหม่จะมีสีเขียว

          ใบ  เป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม มีก้านใบ แผ่นใบรูปรีปลายใบมนแหลมเล็กน้อย ขอบใบม้วนไปด้านหลัง ผิวด้านบนเป็นมันสีเขียวเข้ม ท้องใบสีขาวมีนวล

          ดอก  ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่งหรือง่ามใบใกล้ปลายกิ่ง มีก้านช่อดอกแต่ละช่อมี ๘ - ๑๔ ดอก มีก้านดอก ดอกมีขนาดเล็ก กลีบเลี้ยง ๕ กลีบ กลีบดอก ๔ กลีบ สีส้มอมเหลือง ออกดอกประมาณเดือนกุมภาพันธ์ - มิถุนายน

          ผล เปลือกอ่อนนุ่ม สีเขียวอมเหลืองมีขนนุ่ม ผลแก่เปลือกจะแตกม้วยเป็นหลอดแต่ละผลมี ๑ เมล็ด

..............................................................................................................

สำมะง่า  Clerodendrum inerme (L.) Gaertner

วงศ์ : LABIATAE

ชื่ออื่น : สำลีงา  สำมะลี่งา  (กลาง ตะวันออก) เขี้ยวงู (ประจวบฯ) สัมเนรา (ระนอง) สักขรีย่าน (ชุมพร) สำปันงา (สตูล)

          เป็นไม้พุ่มรอเลื้อย สูง ๑ - ๒ เมตร ลำต้นทอดนอน แผ่กระจัดกระจายโดยรอบ มีขนนุ่มปกคลุมตามส่วนอ่อนๆ ทั้งหมด

          ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม แผ่นใบรูปรีปลายใบแหลม ผิวใบเกลี้ยงค่อนข้างหนา ก้านใบสั้นมีขนนุ่ม

        ดอก ออกดอกตามง่ามใบและปลายกิ่ง เป็นช่อกระจุก ๓ ดอก มีก้านช่อดอกและก้านดอก กลีบเลี้ยงรูประฆัง กลีบดอกเป็นหลอดเล็กบานตรงปลาย สีขาว มี ๕ กลีบ เกสรตัวผู้ยาวยื่นพ้นกลีบ ดอกสีส้มอมม่วง

          ผล  กลมเป็นร่อง ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีดำ มีกลีบเลี้ยงติดที่ขั้วผล เมล็ดแข็งมากมี ๑ - ๔ เมล็ด ออกดอกผลเกือบตลอดปี

...............................................................................................................

 

 

ลำแพน Sonneratia ovata Back

วงศ์ : SONNERATIACEAE

          เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก - กลาง สูง ๔ - ๑๒ เมตร กิ่งเป็นรูปสี่เหลี่ยม เปราะ รากหายใจรูปคล้ายหมุด ยาว ๑๕ - ๓๐ ซม. เหนือผิวดิน

          ใบ  เป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม แผ่นใบรูปเกือบกลมสีเขียวเข้ม มีก้านใบ

          ดอก  ออกเดี่ยวหรือเป็นช่อกระจุกช่อละ ๓ ดอก กลีบเลี้ยงมี ๖ กลีบ สีเหลืองอมเขียว

          ผล ผลกลมแป้น มีเนื้อและมีหลายเมล็ด รับประทานได้ มีรสเปรี้ยว ออกดอกและผลตลอดปี

...............................................................................................................

ลำพู Sonneratia caseolaris (L) Engl

วงศ์ : SONNERATIACEAE

          เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง - ใหญ่ สูง ๘ - ๒๐ เมตร ไม่ผลัดใบ กิ่งห้อยย้อยลง ต้นที่อายุน้อยเปลือกเรียบแต่เมื่ออายุมากขึ้นเปลือกจะหยาบแตกเป็นร่องลึก เป็นสะเก็ด รากหายใจยาว ๗๐ ซม.หรือยาวกว่า เส้นผ่าศูนย์กลางที่โคนราก ๔ - ๕ ซม. เรียวแหลมไปทางปลายราก

          ใบ  เป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม ใบเรียวปลายใบแหลมมีติ่งเล็กๆ มีก้านใบค่อนข้างแบนสีแดงเรื่อๆ

          ดอก ออกดอกเดี่ยวที่ปลายกิ่ง กลีบเลี้ยง ๘ กลีบเป็นแฉกลึก กลีบดอกสีแดงเข้ม เกสรตัวผู้เป็นก้านยาวจำนวนมาก โคนสีแดงปลายสีขาว ร่วงง่าย ออกดอกเดือนสิงหาคม - ธันวาคม

          ผล ผลกลมแป้นมีเนื้อและมีเมล็ดหลายเมล็ดฝังอยู่ในเนื้อ สีเขียวอ่อน ผลสุกมีกลิ่นหอมและนิ่ม ออกผลเดือนตุลาคม - กุมภาพันธ์

...............................................................................................................

ตะบูนดำ Xylocarpus moluccensis Roem

วงศ์ : MELIACEAE

ชื่ออื่น :  ตะบูน  ตะบัน (กลาง ใต้)

          เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูง ๑๕ - ๒๐ เมตร ผลัดใบ ลำต้นตรง โคนต้นมีพูพอนเล็กน้อย เรือนยอดเป็นพุ่มกลม เปลือกขระขระ สีน้ำตาลเข้ม แตกเป็นร่องตามยาว ต้นแก่เปลือกลอกเป็นแถบแคบๆ เปลือกหนาประมาณ ๐.๓ - ๐.๕ ซม. เนื้อไม้สีน้ำตาล มีรากหายใจรูปคล้่ายกรวยคว่ำ กลม หรือแบน ปลายมน ยาว ๒๐ - ๔๐ ซม. จากผิวดิน

          ใบ  เป็นใบประกอบแบบขนนกชั้นเดียวเรียงสลับ แผ่นใบรีปลายมน ผิวใบสีเขียวเข้มเป็นมัน และจะเปลี่ยนเป็นสีส้มอมเหลืองก่อนที่จะร่วง

          ดอก  ออกดอกตามง่ามใบ เป็นช่อแยก ช่อดอกยาวประกอบด้วยดอกจำนวนมาก กลีบเลี้ยง ๔ กลีบ กลีบดอก ๔ กลีบสีขาวคลีม ออกดอกพร้อมกับแตกใบใหม่ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม

          ผล ค่อนข้างกลมเป็นร่อง สีเขียว มี ๗ - ๑๑ เมล็ด

 ......................................................................................................................................................................         

ฝาดดอกขาว Lumnitzera racemosa Willd

วงศ์ : COMBRETACEAE

ชื่ออื่น : ฝาด (กลาง ใต้) ขวาด (สมุทรสาคร) กะลูง (ชุมพร)

          เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูง ๘ เมตร เปลือกขระขระสีน้ำตาลแดง มีรากหายใจไม่เด่นชัด

          ใบ  เป็นใบเดี่ยวเวียนรอบกิ่ง แผ่นใบแคบปลายใบกลมเว้าตื้นๆ สีเขียวอ่อน

          ดอก  ออกที่ปลายกิ่งและง่ามใบเป็นช่อ กลีบเลี้ยง ๕ กลีบสั้น ๆ กลีบดอก ๕ กลีบ สีขาว เกสรตัวผู้ ๑๐ อัน

          ผล  ทรงรีมีเหลี่ยมมน ผิวเกลี้ยงหรือมีขนนุ่ม

...............................................................................................................

 

เหงือกปลาหมอดอกขาว Acanthuh Ebracteatus Vahl

วงศ์ :  ACANTHACEAE

ชื่ออื่น : เหงือกปลาหมอ (กลาง) แก้มหมอ

          เป็นไม้พุ่มลำต้นเลื้อย สูง ๑ - ๒ เมตร ลำต้นอวบมีหนาม ลำต้นเป็นโพรงไม่มีเนื้อไม้ ตั้งตรง แต่เมืออายุมากจะเอนนอน ลำต้นแก่จะแตกกิ่งออกไป มีรากค้ำจุนและมีรากอากาศเกิดจากลำต้นที่เอนนอน ชอบขึ้นในบริเวณน้ำกร่อย - จืด จะไม่พบเหงือกปลาหมอดอกขาวในเขตน้ำเค็มจัด

          ใบ เป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก ก้านใบยาวปลายใบหยักเป็นหนาม แผ่นใบเป็นคลื่น

          ดอก ออกดอกที่ปลายกิ่งแบบช่อ ดอกย่อยไม่มีก้านดอก กลีบดอกสีขาว

          ผล ยาวรีขนาดเล็ก สีเขียวผิวมัน

..............................................................................................................

 

แคทะเล Dolichandrone spathacea Schum

วงศ์ : BIGNONIACEAE

ชื่ออื่น  แคน้ำ แคนา แคป่า (กลาง) แคตุ้ย แคฝา แคปี่ฮ่อ แคแหนแห้ (เหนือ)

          เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กไม่ผลัดใบ สูง ๔ - ๑๐ เมตร แตกกิ่งก้านน้อย เรือนยอดแผ่กว้าง แต่ละส่วนเมื่อแห้งจะเปลี่ยนเป็นสีดำ เปลือกสีเทา เรียบหรือแตกเป็นร่องตื้นๆ มีช่องอากาศตามลำต้น

          ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนกเรียงตรงข้ามกัน ก้านใบยาว รูปใบหอกปลายเรียวแหลม

          ดอก เป็นแบบช่อ ช่อดอกสั้นออกตามปลายกิ่ง แต่ละช่อมี ๓ - ๗ ดอก มีกลิ่นหอม กลีบดอกสีขาว มี ๕ กลีบ คล้ายปากแตรและยับย่น มีเกสรตัวผู้ ๒ คู่ ออกดอกเกือบตลอดปี แต่จะออกมากเดือนเมษายน - พฤษภาคม

          ผล  เป็นฝักเรียวยาว บิดเป็นเกลียว เมื่อแห้งแตกเป็นสองซีก มีเมล็ดจำนวนมาก ออกผลเดือนกรกฎาคม - กันยายน

...............................................................................................................

 

มะนาวผี Merope angulata (Kurz) Swingle

วงศ์ : RUTACEAE

          เป็นไม้พุ่มหนาม สูง ๒ - ๓ เมตร มีหนามเกิดตามลำต้น ยาว ๑ - ๓ ซม. เกิดขึ้นเป็นคู่บนกิ่ง มะนาวผีมักขึ้นด้านในสุดของป่าชายเลนและตามชายฝั่งแม่น้ำที่เป็นดินเลนแข็ง เป็นพันธุ์ไม้หายากชนิดหนึ่งของป่าชายเลน

          ใบ  เป็นใบเดี่ยวเรียงตัวแบบสลับ ใบรีปลายมน มีก้านใบ ผิวเกลี้ยงทั้งสองด้าน

          ดอก เป็นดอกเดี่ยวหรือออกเป็นคู่ที่ง่ามใบ มีกลิ่นหอม กลีบเลี้ยง ๕ กลีบ  กลีบดอก ๕ กลีบ เกสรตัวผู้ ๑๐ อัน ออกดอกตลอดปี

          ผล  เป็นผลแบบมีเนื้อหลายเมล็ด รูปทรงสามเหลี่ยม สีเขียวหรือเขียวอมเหลือง

...............................................................................................................

 

 

หงอนไก่ทะเล Heritiera littoralis Ait

วงศ์ : STERCULIACEAE

ชื่ออื่น  ไข่ควาย (กระบี่)  ดุหุน (ตรัง)  หงอนไก่ (กลาง สุราษฎร์ธานี)

          เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก - กลาง สูง ๕ - ๒๐ เมตร มีพูพอนน้อย ลำต้นมักบิดและคดงอ เปลือกสีน้ำตาลถึงเทาเข้ม หยาบเป็นเกร็ด มีรอยแตกเป็นร่องลึกตามยาว เนื้อไม้สีขาว

          ใบ  เป็นใบเดี่ยวเรียงสลับเป็นกลุ่มอยู่บนปลายกิ่ง แผ่นใบรูปรี ปลายใบกลมหรือแหลม ใบหนา ผิวด้านบนเกลี้ยง ท้องใบเป็นเกล็ดสีเทา - เงิน เห็นเส้นใบเด่นชัด

          ดอก  ออกตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่งเป็นช่อแยกแขนง  ดอกเล็กรูประฆังมีขนนุ่ม ด้านนอกสีน้ำตาลแกมเขียว ด้านในสีแดงส้ม ออกดอกเดือนมีนาคม - พฤษภาคม และเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน

          ผล  รูปทรงรี เปลือกเป็นเส้นใยอัดแน่น ผิวเกลี้ยงเป็นมัน ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีน้ำตาล มีเมล็ด ๑ เมล็ด

...............................................................................................................

 

 

หลุมพอทะเล  Intsia bijuga (Colebr) O.Ktze

วงศ์ : LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE

ชื่ออื่น  ประดู่ทะเล (กลาง) งืบบาลาโอ๊ะ (มาลายู - นราธิวาส)

          เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูง ๒๐ - ๔๐ เมตร ผลัดใบ เรือนยอดแผ่กว้าง ลำต้นบางครั้งคดงอ เปลือกเรียบ สีเทาถึงเทาแกมชมพู เปลือกชั้นในสีส้มถึงชมพู

          ใบ  เป็นใบประกอบปลายคู่ ใบย่อยมักมี ๒ คู่ แผ่นใบรีกว้างปลายใบเว้า มีก้านใบ ใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน โคนก้านขยายใหญ่

          ดอก  ออกที่ปลายกิ่งแบบช่อแยกแขนง มีขนนุ่มละเอียด กลีบดอก ๑ กลีบ สีขาวหรือชมพู ออกดอกประมาณเดือนธันวาคม - เมษายน

          ผล  เป็นฝักแข็ง แบน  ฝักอ่อนสีเขียวบางมากคล้ายใบ  เมื่อแ่ก่ฝักหนาขึ้นเป็นสีน้ำตาลเข้ม แต่ละฝักมี ๔ - ๘ เมล็ด

...............................................................................................................

จาก Nypa fruticans Wurnb

วงศ์ : PALMAE

ชื่ออื่น  อัตต๊ะ (มลายู - ใต้)

          เป็นไม้จำพวกปาล์ม มีขนาดเล็ก ลำต้นเป็นเหง้าอยู่ใต้ดิน มีรากอวบอ้วน อัดแน่นบริเวณกอ  เหง้ามีลักษณะคล้ายฟองน้ำ มักจะจมอยู่ในโคลนและอยู่ใต้น้ำขณะน้ำท่วม

          ใบ  เป็นแบบขนนก แข็งตั้งตรงขึ้น คล้ายใบมะพร้าว

          ดอก  ออกที่ง่ามใบบริเวณใกล้ปลายยอด เป็นช่อเชิงลดขนาดสั้นสีเหลืองเข้ม

          ผล  ออกเป็นช่อแต่ละช่อมีจำนวนมากอัดกันแน่น เปลือกเป็นเส้นใยสีดำ เมื่อแก่เมล็ดรูปไข่สีขาว รับประทานได้

..............................................................................................................

สักขี Dalbergia candenatensis (Dennst) Prain

วงศ์ : LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE

ชื่ออื่น  ย่านมันเปรียง

          เป็นไม้พุ่มรอเลื้อยขึ้นคลุมไม้อื่น สูง ๓ - ๕ เมตร ขึ้นตามริมชายฝั่งแม่น้ำ ในเขตป่าชายเลนด้านใน

          ใบ  เป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่เรียงสลับ  ใบรูปไข่ผิวด้านบนเกลี้ยง ท้องใบมีขนสั้นๆ

          ดอก  ออกเป็นช่อแยกแขนงอัดกันแน่นตามง่ามใบ ดอกมีขนาดเล็กสีขาว

          ผล  เป็นฝักแบน หัวท้ายแหลมสีน้ำตาลแดง มี ๑ เมล็ด พบน้อยมากที่มี ๒ เมล็ด

..............................................................................................................

หวายลิง  Flagellaria indica L.

วงศ์ : FLAGELLARIACEAE

          เป็นไม้เลื้อยลำต้นแข็งคลายหวาย  เส้นผ่าศูนย์กลาง ๐.๓ - ๐.๘ ซม. แตกกิ่งยาวเมตรหรือบางครั้งอาจยาวได้ถึง ๑๐ เมตร ลำต้นมีสีเขียว แต่เมื่อลำต้นแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเทา ลำต้นเหนียว ใช้ทำเชือกหรือทำเครื่องจักสาน

          ใบ  เรียวยาวปลายแหลมม้วนงอและแข็งสำหรับเกาะไม้อื่นเพื่อเลื้อยสูงขึ้น กาบใบหุ้มลำต้นเรียงเวียนซ้อนทับกัน

          ดอก  ออกเป็นช่อแยกแขนงสั้นๆ ที่ปลายกิ่ง แต่ละช่อมีดอกขนาดเล็กจำนวนมาก

          ผล  กลมปลายผลมีติ่งแหลม ผลอ่อนสีเขียวและเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เมื่อแก่จัดเป็นสีชมพูอมแดง แต่ละผลมี ๑ เมล็ด

................................................................................................................

ถอบแถบน้ำ  Derris trifoliate Lour

วงศ์ :  LEGUMINOSAE-PAPILIONOIDEAE

ชื่ออื่น  แควบทะเล  ถอบแถบทะเล ผักแถบ (กลาง)  ทับแถบ (สมุทรสงคราม) ถั่วน้ำ (นราธิวาส)

          เป็นไม้เถา ลำต้นมักเลื้อยทอดไปตามพื้นดิน ยาว ๕ - ๑๐ เมตร กิ่งเรียวยาว

          ใบ  เป็นใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ มีใบย่อย ๑ - ๒ คู่ แผ่นใบรูปรีปลายแหลม ผิวใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน

          ดอก  ออกเป็นช่อเตี้ยตามง่ามใบ ดอกขนาดเล็กสีขาวก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อน

          ผล  เป็นฝัก ทรงแบนเบี้ยวเกือบกลม มี ๑ เมล็ด

...............................................................................................................

เป้งทะเล  Phoenix paludosa Roxb

วงศ์ : PALMAE

ชื่ออื่น  เป้ง

          เป็นพวกปาล์ม มีลำต้นรูปทรงกระบอก สูง ๔ - ๑๐ เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง ๕ - ๙ ซม. ขึ้นเป็นกอ มีใบหนาแน่นเป็นกลุ่ม ส่วนบนของลำต้นมีก้านใบ ซึ่งมีหนามติดอยู่และมีกาบ ซึ่งเป็นเส้นใยสีเทาหุ้ม

          ใบ  ใบย่อยเล็ก แคบยาว ค่อนข้างแข็ง ปลายใบห้อยลง ก้านใบด้านล่างมีหนามแหลมและแข็ง

          ดอก  ออกเป็นช่อตั้งตรงที่ง่ามใบ มีกาบขนาดใหญ่หุ้มแต่กาบจะหลุดไป

          ผล  รูปไข่อ่อนนุ่ม ผลแก่สีส้มมีเมล็ดเดียว

...............................................................................................................

 

ปรงทะเล  Acrostichum aureum L.

วงศ์ : PTERIDACEAE

ชื่ออื่น  ปรงทอง  ปรงไข่  ปรงใหญ่ บีโย (มลายู - สตูล)

          เป็นพืชพวกเฟิร์น มีลำต้นเป็นเหง้าอยู่ใ้ต้ดิน ชูส่วนของใบขึ้นมาเป็นกอ  ที่เหง้ามีเกล็ดใหญ่สีน้ำตาลคล้ำ  โคนต้นมีรากค้ำยัน มักขึ้นเป็นกลุ่มตามที่ลุ่มชื้นแฉะด้านหลังของป่าชายเลน ใบอ่อนกินได้

          ใบ  เป็นใบประกอบแบบขนนก มี ๑๕ - ๓๐ คู่ เรียงสลับ รูปใบยาวปลายมนและมีติ่งหนามสั้นๆ ผิวเรียบมัน ด้านหลังของใบย่อยเป็นอับสปอร์และมีขนเล็กน้อย ขยายพันธุ์โดยสปอร์และลำต้น

.....................................................................................................................................

 

ตาตุ่มทะเล  Excoecaria agallocha L.

วงศ์ : EUPHORBIACEAE

ชื่ออื่น  ตาตุ่ม (กลาง)  บูตอ (มลายู - ปัตตาีนี)

          เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ ขนาดเล็ก - กลาง สูง ๑๐ - ๑๘ เมตร มียางสีขาวมาก ส่วนมากลำต้นจะตรง มักแตกกิ่งใบในระดับต่ำ บางครั้งดูคล้ายไม้พุ่ม เปลือกเรียบถึงแตกเป็นร่อง สีน้ำตาลอ่อน หรือน้ำตาลอมเทา  กิ่งอ่อนมีช่องอากาศเล็กๆ เด่นชัด รากหายใจแผ่กระจายไปตามผิวดิน

          ใบ  เป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปใบรี ปลายใบกลมหรือเรียวแหลม ใบเกลี้ยงทั้งสองด้าน ผิวมัน และจะเปลี่ยนเป็นสีแดงอิฐเมื่อใบใกล้ร่วง

          ดอก  ออกเป็นช่อตามง่ามใบ ดอกมีขนาดเล็กมากติดกันเป็นกระจุก ช่อดอกเพศผู้มีสีเหลืองแกมเขียว

          ผล มี ๓ พู รูปเกือบกลม ผลเกลี้ยงสีเขียวถึงน้ำตาลเข้ม เมล็ดสีดำ ออกดอกผลเดือนพฤษภาคม - พฤศจิกายน

...............................................................................................................

โปรงขาว Ceriops decandra Ding Hou

วงศ์ :RHIZOPHORACEAE

ชื่ออื่น  โปรง  โปรงหนู ปะโลง โหลง (กลาง) กระปูโลง  โปลง  โปรง (เพชรบุรี) แหม (ภูเก็ต) แสมมาเนาะ (สตูล)

          เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กกึ่งไม้พุ่ม สูง ๒ - ๗ เมตร โคนต้นมีพูพอนเล็กน้อย พองขยายออก รากหายใจรูปคล้ายเข่า อ้วน สั้น กลม ยาว ๖ - ๑๓ ซม. เหนือผิวดิน เรือนยอดกลม แน่นทึบ เปลือกสีเทาอ่อน เรียบถึงแตกเป็นสะเก็ด ช่องอากาศสีน้ำตาลอมชมพู

          ใบ  เป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับทิศทางเป็นกระจุกที่ปลายกิ่ง แผ่นใบรูปรีปลายมนกลมหรือเว้าตื้นๆ มีก้านใบ ผิวด้านบนมันสีเขียวเข้ม ท้องใบสีซีด

          ดอก  ออกดอกเป็นช่อตามง่ามใบ แต่ละช่อมีดอกจำนวนมาก ก้านช่อดอกหนาสั้น กลีบเลี้ยง ๕ กลีบ กลีบดอกสีขาวก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล

          ผล  เป็นผลแบบงอกตั้งแต่ัยังติดอยู่บนต้น ฝักรูปทรงกระบอกปลายเรียว สีเขียวโคนสีม่วงเข้ม ออกดอกและผลเกือบตลอดปี

.............................................................................................................

 

 

ขลู่ Pluchea indica Less.

วงศ์ : COMPOSITAE

ชื่ออื่น  ขลู (ใต้) หนวดงิ้ว  หนวดงั่ว  หนาดวัว  หนาดงัว  (อุดรธานี) หล่วงไซ (จีนแ้ต้จิ๋ว) หลวนซี (จีน)

          เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก พุ่มตั้งตรง ขึ้นอยู่รวมกันเป็นกอ แตกกิ่งก้านมาก สูง ๑ - ๑.๕ เมตร มีขนเล็กละเอียดปกคลุมตามกิ่ง

          ใบ  เป็นใบเดี่ยวเรียงตัวสลับ รูปไข่ปลายมน ขอบใบหยักมีขนเล็กน้อย มีกลิ่นฉุน

          ดอก  ออกเป็นช่อกระจุกแน่นที่ปลายกิ่ง ดอกขนาดเล็ก กลีบดอกแบบเส้นด้าย สีม่วงอ่อน

          ผล  เป็นแบบผลแห้งเมล็ดล่อน

...............................................................................................................

 

ตีนเป็ดทะเล Cerbera odollam Gaertner

วงศ์ : APOCYNACEAE

ชื่ออื่น  สั่งลา (กระบี่) ตีนเป็ด ตีนเป็ดน้ำ (กลาง) ตุม (กาญจนบุรีุ)

          เป