สถิติผู้เข้าชมเว็บตั้ง 23 พฤศจิกายน  2553
real time web stats
พันธุ์ไม้พื้นถิ่น2

 

หางนกยูงชื่อ : หางนกยูงวงศ์ : Leguminosaeชื่อวิทยาศาสตร์ : Caesalpinia pulcherrima Swชื้อพื้นเมือง: ส้มพอหลวง หางนกยูงฝรั่ง หงอนยูง อินทรีลักษณะทั่วไป: ไม้ต้นขนาดกลาง สูง 10 - 15 เมตร ผลัดใบ เรือนยอดรูปร่ม แผ่กว้างเปลือกต้นเรียบ สีเทา โตเร็ว

 

 

อินทนิลชื่อ : อินทนิลชื่อพื้นเมือง : อินทนิล,  จ่อล่อ, จะล่อหูกวางวงศ์ : ( Family ) LYTHRACEAEชื่อวิทยาศาสตร์ : ( Scientific name ) Lagerstroemia macrocarpa Wallลักษณะทางพฤกษศาตร์ : เป็นไม้ยืนต้นสูง 10–15 เมตร ลำต้นเปลาตรง เรือนยอดเป็นพุ่มกลม ผิวเปลือกนอกสีเทา ใบเป็นใบเดี่ยว รูปรีหรือรูปไข่แกมขอบขนาน ปลายใบมน  ดอกย่อยขนาดใหญ่ กลีบดอกสีชมพู สีม่วงแกมชมพู หรือสีม่วง ออกดอกช่วงเดือนมีนาคม-มิถุนายน ผลเป็นผลแห้ง มีขนาดใหญ่

 

 

ตำเสาชื่อ : ตำเสาชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Fagraca f eagrans Roxb วงศ์ : POTALIACEAE ลักษณะ : หรือลักษณะพิเศษลักษณะของต้นตำเสา : เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง 20-30 เมตร มักแตกกิ่งต่ำ ต้นขนาดเล็ก เรือนยอดแหลมแคบ หรือรูปกรวย ลำต้นตำเสาเปลือกนอกหยาบขรุขระสีน้ำตาลเข้ม แตกเป็นร่องลึกไม่สม่ำเสมอ เปลือกชั้นในสีเหลือง เป็นเสี้ยนเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลใบเดี่ยว เรียงตรงข้ามกันเป็นกลุ่มตอนปลายกิ่ง แผ่นใบบางรูปรีถึงรูปขอบขนาน ยาว 5-10 เซนติเมตร กว้าง 2.5-4.5 เซนติเมตร ปลายเป็นติ่งเรียวแหลม โคนใบสอบเรียวแคบ ผิวใบเกลี้ยง เส้นใบไม่เด่นชัด ก้านใบยาว 1-2 เซนติเมตร หูใบคล้ายถ้วยขนาดเล็ก ติดที่โคนก้านใบ ดอก สีขาวนวล เปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนเมื่อแก่ ออกเป็นช่อกระจุกแยกแขนงตามง่ามใบใกล้ยอด ยาวประมาณ 10 เซนติเมตร กลีบเลี้ยง 5 กลีบ โคนกลีบติดกันเป็นรูปถ้วย ยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร กลีบดอก 5 กลีบ เชื่อมติดกันเป็นรูปแตร ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร ผลกลมสีส้มถึงแดงเข้ม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 8 มิลิเมตร เมล็ดเล็กมีมาก รูปทรงไม่แน่นอน การขยายพันธุ์โดยการใช้เมล็ด

 

 

หว้าชื่อ : หว้าชื่ออื่นๆ : หว้าป่า , หว้าขี้นก , หว้าขาวชื่อวิทยาศาสตร์ : Eugenia cuminiวงศ์ : MYRTACEAEลักษณะทั่วไป : มีมากทั้งในอินเดีย พม่า ไทย และมาเลเซีย ตลอดจนฟิลิปปินส์ โดยมากหว้ามีลูกเล็กสีม่วงดำ แต่ในบางแห่ง เช่น ในฟิลิปปินส์มีลูกโตเท่าไข่นกพิราบ

 

 

กระพี้จั่นต้นไม้ประจำจังหวัด : แม่ฮ่องสอน     ชื่อพันธุ์ไม้ : กระพี้จั่น     ชื่อวิทยาศาสตร์ : Millettia  brandisiana  Kurz วงศ์ : LEGUMINOSAE     ชื่ออื่น : จั่น ปี้จั่น (ทั่วไป), ปี้จั่น (ภาคเหนือ), กระพี้จั่น (ภาคกลาง)     ลักษณะทั่วไป เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบ สูง 8–20 เมตร เปลือกสีเทา ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเวียนสลับ มีใบย่อย แผ่นใบรูปรีแกมขอบขนาน ปลายใบทู่ โคนใบมนหรือสอบเบี้ยวเล็กน้อย ขอบเรียบ หลังใบสีเขียวเข้ม ท้องใบสีจางกว่า ใบแก่เกลี้ยง มีขนประปรายตามเส้นกลางใบด้านล่าง ดอกรูปดอกถั่ว สีขาวปนม่วง ออกดอกเป็นช่อตามง่ามใบ ออกดอกระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ผลเป็นฝักแบน โคนแคบกว่าปลาย เปลือกเกลี้ยงหนาคล้ายแผ่นหนัง ขอบเป็นสัน เมล็ดสีน้ำตาลดำ

 

 

แคนาชื่อ : "ต้น แคนา" วงศ์ : " Bignoniaceae"ชื่อวิทยาศาสตร์ : " Dolichandrone rpathacea Schum" ชื่อพื้นเมือง : "แค่เก็ต แคขาว แคทราย แคแน แคป่า แคฝ่อย แคพูฮ่อ แคยอกดำ แคยาย แคอาว" ลักษณะทางพฤกษศาตร์: ไม้ต้นขนาดเล็ก ถึง ขนาดกลาง สูง 10-20เมตร ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มทึบรูปไข่ ลำต้นเปลาตรงมักแตกกิ่งตำ เปลือกสีนำตาลอมเทาเรียบ

 

 

ต้นจิกชื่อวิทยาศาสตร์ : Barringtonia acutangula (L.) Garetn.ชื่อสามัญ : Indian oakวงศ์ : Barringtoniaceaeชื่ออื่น : กระโดนทุ่ง กระโดนน้ำ(หนองคาย), จิกนา(ภาคใต้), ตอง(ภาคเหนือ), มุ่ยลายลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ต้นขนาดเล็ก ลำต้น เป็นปุ่มปมและเป็นพู ผลัดใบ ชอบขึ้นริมน้ำ ใบ เดี่ยว ใบอ่อนสีน้ำตาลแดง ผิวใบมัน ใบออกสลับถี่ตามปลายยอด รูปใบยาวเหมือนรูปใบหอก หรือรูปไข่กลับ ใบยาว 30 เซนติเมตร ขอบใบจักถี่ ก้นใบสีแดง สั้นมาก ดอก ช่อ สีแดงห้อยลง บานจากโคนลงไปทางปลาย ช่อดอกยาว 30-40 เซนติเมตร กลีบเลี้ยง 4 กลีบ และจะคงติดอยู่จนเป็นผล เกสรตัวผู้มีจำนวนมาก มีสีชมพูถึงสีแดง ผล ยาวรีเป็นเหลี่ยม มีสันตามยาวของผล 4 สัน ผลมีกลีบเลี้ยงติดอยู่ส่วนที่ใช้ : ราก น้ำจากใบ เปลือก ผล

 

 

ต้นทองกวาวชื่อพันธุ์ไม้ : ทองกวาว ชื่อสามัญ : Flame of the forest, Bastard Teak, Bengal kinotree, Kino tree ชื่อวิทยาศาสตร์ : Butea monosperma Kuntze. วงศ์ : LEGUMINOSAE ชื่ออื่น : กวาว ก๋าว (ภาคเหนือ) , จอมทอง (ภาคใต้) , จ้า (เขมร) , ทองธรรมชาติ ทองพรหมชาติ ทองต้น (ภาคกลาง) ลักษณะทั่วไป : เป็นไม้ยืนต้นผลัดใบสูง 8 – 15 เมตร เปลือกสีเทาคล้ำแตกเป็นร่องตื้นๆ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 3 ใบออกสลับกัน ออกดอกเป็นช่อตามกิ่งก้านและที่ปลายกิ่ง ดอกสีเหลืองถึงแดงแสด ออกดอกช่วงเดือนธันวาคม-มีนาคม ผลเป็นฝักรูปขอบขนานแบน มีเมล็ดที่ปลายฝัก

ลักษณะของพืช : พบขึ้นกระจายทั่วไปตามที่ราบลุ่มในป่าเบญจพรรณ ที่ราบลุ่มในป่าผลัดใบ ป่าหญ้าหรือป่าละเมาะที่แห้งแล้ง พบมากทางภาคเหนือ ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 80- 300 เมตร

 ไทรทองชื่อวิทยาศาสตร์: Ficus microcarpa L.f. cv. Golden Leavesชื่อวงศ์ : MORACEAEชื่อท้องถิ่น : ไทรทองลักษณะวิสัย : ไม้ต้นลักษณะทั่วไป : เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ไม้ต้นสูงประมาณ 10 - 150 เมตร ใบออกหนาแน่นเป็นมัน ทำให้ทรงพุ่มหนาทึบ ลักษณะกิ่งค่อนข้างแข็ง มีรากอากาศ

 

 

ปีบชื่อพันธุ์ไม้ : ปีบ ชื่อสามัญ : Cork Tree ชื่อวิทยาศาสตร์ : Millingtonia hortensis Linn. F วงศ์ : BIGNONIACEAE ชื่ออื่น : กาซะลอง กาดสะลอง ( ภาคเหนือ) , เต็กตองโพ่ (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี) , ปีบ (ภาคกลาง) ลักษณะ : ไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง 5- 20 เมตร ทรงพุ่มโปร่ง ใบประกอบแบบขนนก 2-3 ชั้น เรียงตรงข้าม ใบย่อยรูปไข่แกมใบหอกกว้าง 1.5- 2.5 ซม. ยาว 3- 5 ซม. ขอบใบหยักห่างๆ ดอก (Flower) เป็นดอกช่อ( inflorescence flower) แบบ panicle สีขาว กลิ่นหอม ออกรวมกันเป็น ช่อโตๆตามปลายกิ่ง แตกกิ่งก้านแผ่กว้าง แต่ละดอกมีรูปร่าง เป็นหลอดรูปแตรเรียวยาวถึง 6 ซ.ม. ปลายหลอดจะ แยกบานเป็น 5 แฉก แต่ละดอกจะมีเกสรผู้ 4 อันกับ หลอดท่อเกสรตัวเมีย 1 หลอด ยาวพ้นปากหลอดออก มาเล็กน้อย ตัวดอกห้อยลง ดอกจะบานในตอนกลางคืน พอเช้าดอกจะร่วงเกลื่อนใต้โคนต้น ฤดูดอก คือ ช่วงเดือน ม.ค. - มี.ค.

 

 

ต้นเสม็ดชุนแดงชื่อวิทยาศาสตร์ : Syzygium gratum (Wight) S.N. Mitra var. gratum วงศ์ : Myrtaceae ชื่ออื่น : ไคร้เม็ด (เชียงใหม่) เม็ก (ปราจีนบุรี) เม็ดชุน (นครศรีธรรมราช) เสม็ด (สกลนคร) เสม็ดเขา เสม็ดแดง (ตราด) เสม็ดชุน (ภาคกลาง) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้พุ่มต้นไม่ผลัดใบ เปลือกต้นสีน้ำตาลแดง แตกสะเก็ดแผ่นบางๆ โคนต้นมักเป็นพูพอน ใบ เป็นใบเดี่ยวออกตรงข้าม ใบรูปหอก ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม ดอก ออกเป็นช่อซี่ร่มเล็กๆ สีเหลืองอ่อน ออกที่ปลายยอด ออกดอกเดือน มีนาคม-เมษายน ผล กลม สีขาว มีขนาดเล็ก ออกผลเดือน พฤษภาคม-มิถุนายน

 

 

หูกระจงชื่อ : หูกระจง หรือ แผ่บารมีชื่อวิทยาศาสตร์ Terminalia ivorensis Chev.ชื่อสามัญ Ivory Coast almond, Black Afara, Idigbo (Nigeria), Emeri (Ghana), Framire (Ivory Coast)ถิ่นกำเนิด : ในป่าทวีปอาฟริกาตะวันตก แถบเส้นศูนย์สูตร ตั้งแต่ประเทศ กีนี (Guinea) ไปตลอดจนถึง คาเมรูน (Cameroon)ลักษณะ: เป็นไม้ที่มีทรงพุ่มสวยงามแตกกิ่งเป็นชั้น ๆ แต่ละชั้นห่างกันประมาณ 50-100 ซม. แม้หูกระจงเป็นไม้ผลัดใบแต่จะผลัดใบน้อยกว่าหูกวาง โดยปกติเป็นไม้ที่ชอบน้ำเมื่อนำไปปลูกในกระถางหรือลงดินแล้วรดน้ำให้ชุ่ม และสม่ำเสมอใบแทบจะไม่ร่วงเลย และที่ตั้งชื่อว่า หูกระจงเป็นเพราะลักษณะใบคล้ายกับหูกวาง แต่ใบหูกระจงจะมีขนาดเล็กกว่า สำหรับดอกมีสีขาวคล้ายดอกกระถินณรงค์ เมล็ดหูกระจงจะคล้ายกับเมล็ดพุทรา

 

ตะแบกชื่อวิทยาศาสตร์ :Lagerstroemia floribunda Jack.ชื่อวงศ์ :LYTHRACEAEชื่ออื่น ๆ :กระแบก (สงขลา) ตะแบกไข่ (ราชบุรี ตราด) บางอตะมะกอ (มาเลย์-ยะลา-ปัตตานี) บางอมายู (มาเลย์-นราธิวาส) เปื๋อยนา (ลำปาง) เปื๋อยหางค่า (แพร่) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้ต้น ผลัดใบ สูง 15-30 เมตร โคนต้นเป็นพูพอน เปลือกเรียบเป็นมัน สีเทาหรือเทาอ่อน มีรอยแผลเป็นดวงตลอดทั้งต้น