สถิติผู้เข้าชมเว็บตั้ง 23 พฤศจิกายน  2553
real time web stats
พันธุ์ไม้พื้นถิ่น

พันธุ์ไม้พื้นถิ่น

ราชพฤกษ์ชื่อวิทยาศาสตร์ Cassia  fistula  L. ชื่อวงศ์ LEGUMINOSAE - CAESALPINIOIDEAE

ชื่อสามัญ Golden Shower, Indian Laburnum, Pudding-pine Tree, Purging Cassia ชื่อพื้นเมือง คูน  ชัยพฤกษ์  (ภาคกลาง) ลมแล้ง (ภาคเหนือ) ลักเคยลักเกลือ (ภาคใต้) กุเพยะ(กะเหรี่ยงกาญจนบุรี) ปึยยะปูโย เปอโซ แมะหล่าหยู่ (กะเหรี่ยงแม่ฮ่องสอน)ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ไม้ยืนต้นผลัดใบขนาดกลาง สูง 9-15 เมตร มักแตกกิ่งต่ำ ลำต้น ค่อนข้างเปลาตรง เปลือก สีเทาขาว หรือน้ำตาลเทา เรียบหรือแตกเป็นสะเก็ดหนาในต้นขนาดใหญ่ ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ปลายคู่ เรียงสลับ ดอกผลและเมล็ดดอก มีกลิ่นหอมออกเป็นช่อ 8-10 มิลลิเมตร แต่ร่วงง่าย กลีบเลี้ยง รูปกระจะห้อยลงออกตามกิ่งยาว

กลีบดอก สีเหลืองสดรูปไข่ถึง ไข่กลับเบี้ยวเล็กน้อย กว้าง 10-15 มิลลิเมตร ยาว 25-35 มิลลิเมตร

การออกใบ ราชพฤกษ์จะผลัดใบ จนหมดทั้งต้นในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน และจะผลิใบใหม่ในช่วงเดือนเมษายน ถึงเดือนพฤษภาคมการออกดอก จะพร้อมกันทั้งต้นพร้อมกับการผลัดใบคือระหว่างปลายเดือนมีนาคม ถึงต้นเดือนพฤษภาคมการออกผล จะเริ่มราวเดือนพฤษภาคม และจะผลแก่ราวเดือนมกราคม ถึงเดือนเมษายน ผลแก่จะห้อยติดอยู่กับต้นช่วงระยะเวลาหนึ่ง แล้วหลังจากนั้นจะเริ่มร่วงราวเดือนเมษายน ไปเรื่อยๆจนหมดต้น ซึ่งเป็นเวลาพอดีกับฤดูกาลออกดอกรุ่นใหม่

 

 

มะม่วงหิมพานต์ ชื่อวิทยาศาสตร์ : Anacardium occidentale   Linn.  ชื่อวงศ์ : Anacardiaceae ชื่ออื่นๆ : ยาโงย ยาร่วง มะม่วงไม่รู้หาว มะม่วงกุลา มะม่วงกาสอ มะม่วงลังกา มะม่วงสิงหน มะม่วงเล็ดล่อ มะม่วงหยอด ไม้ต้น  ขนาดกลาง สูงได้ถึง 10 เมตร ใบ เป็นใบเดี่ยว สีเขียวเข้ม ออกสลับกัน รูปไข่กลับ โคนใบสอบ ปลายใบมนป้าน กว้าง 7.5-10 ซม. ยาว 7.5-20 ซม. ดอก ออกเป็นช่อหลวมๆ สีแดงอมม่วงหรือสีครีม กลิ่นหอมเอียน ช่อดอกยาว 15-20 ซม. ดอกย่อยมีขนาดผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 ซม. กลีบดอก 5 กลีบ เกสรผู้ 8-10 อัน มีหนึ่งอันที่ยาวกว่าอันอื่นผล มีลักษณะเด่นคือ เมื่อแก่ฐานรองดอกจะขยายใหญ่ขึ้นเป็นลักษณะคล้ายผลชมพู่ ยาว 6-7 ซม. สีเหลืองอมชมพู เมื่อแก่จัดสีแดงและมีกลิ่นหอม เมล็ดมี 1 เมล็ด ติดอยู่ที่ส่วนปลายรูปไต ยาว 2.5-3 ซม. สีน้ำตาลอมเทา มีเปลือกแข็งหุ้ม

 

 

ต้น ชุมแสงชื่ออื่น ๆ : กระเบียน แก้ว ขางข้าวต้นเกลี้ยง สองแสง แสง แสงกึนไม้ต้น ขนาดเล็ก สูง 5-8 เมตรไม่ผลัดใบ ทรงพุ่มแจ้กิ่งห้อยย้อยลงปลายกระดกขึ้น เปลือกเรียบสีนำตาลอมเทา ลำต้นบิดงอดอก สีขาวอมชมพู ออกเป็นช่อแบบช่อเชิงลดที่ปลายกิ่ง หรือ ซอกใบใกล้กิ่ง ผล ผลเมล็ดแข็งค่อนข้างกลม สีเขียวเข้มมีนวลสีขาว

 

 

ประดู่ชื่อวิทยาศาสตร์:Pterocarpus indicus ชื่อสามัญ: ประดู่ (อังกฤษ: Burma Padauk) ชื่อพื้นเมืองอื่น ๆ: ประดู่ , ดู่ป่า (เหนือ) ; อะนอง (ชม) ; ดู่ วงศ์: Fabaceae ลักษณะ: ประดู่เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่มีความสูงประมาณ10-25 เมตรผิวเปลือกลำต้นมีสีดำหรือเทาลำต้นเป็นพูไม่กลมแตกกิ่งก้านสาขากว้างมีเรือนยอดทึบแตกเป็นสะเก็ดร่องตื้นๆ ใบเป็นช่อแตกออกจากปลายกิ่งมีใบย่อยประกอบอยู่ประมาณ 6-12 ใบ ลักษณะของใบเป็นรูปมนรีปลายใบแหลมโคนใบมน ขอบใบเรียบเป็นมันสีเขียว ใบมีขนาดยาวประมาณ 2-3 นิ้ว กว้างประมาณ 1-2 นิ้ว ออกดอกเป็นช่อออกตามปลายกิ่ง ดอกมีขนาดเล็กสีเหลือง ผลมีขนเล็กๆปกคลุม ขนาดผลโตประมาณ 4-6 เซนติเมตร

 

โพธิ์ชื่ออื่น : โพ โพศนีมหาโพ ย่อง สลี อิ้งโต่วโพถ่ชิ่วพ้วยชื่อวิทยาศาสตร์ : Ficus religiosa L.วงศ์Moraceaeลักษณะ : เป็นไม้ยืนต้น ผลัดใบขนาดใหญ่ สูงประมาณ 30 เมตร ลำต้นแก่เป็นร่อง มีรากอากาศ ใบเป็นแผ่นบาง ๆ เหนียว ฐานใบเว้าเข้าคล้ายรูปหัวใจ ปลายใบแหลมเป็นเส้นห้อยลง ดอกกลมมีก้านออกเป็นคู่ มีดอกตัวผู้และดอกตัวเมียในต้นเดียวกัน ดอกตัวผู้มี 3 กลีบ ดอกตัวเมียมี 5 กลีบ ผลค่อนข้างกลม ผลสุกสีม่วงหรือดำ นกชอบกินและนำไปแพร่พันธุ์ได้ไกล ๆ โพธิ์พบปลูกตามวัด หรือขึ้นเองตามป่าและอาคารต่าง ๆ ที่นกมาถ่ายมูลไว้

                       

 

เฟื่องฟ้าชื่อวิทยาศาสตร์: Bougainvillea hybrida ถิ่นกำเนิด : อเมริกาใต้ชื่อสามัญ: ดอกเฟื่องฟ้า (อังกฤษ: Bougainvillea, Paper flower) ชื่อพื้นเมืองอื่นๆ: Peper Flower, Kertas, ตรุษจีน ลักษณะ: ไม้ยืนต้นประเภทพุ่มกึ่งเลื้อย ขนาดตั้งแต่พุ่มเล็กถึงพุ่มใหญ่ มีหนามขึ้นตามลำต้นอยู่

 

 

คริสติน่าชื่อวิทยาศาสตร์ Syzygium australe ( J.C. Wendl. Ex Link ) B.Hylandชื่อสามัญ Australian Rose Apple, Brush Cherry, Creek Lily pilly, Creekชื่อวิทยาศาสตร์ Syzygium australe ( J.C. Wendl. Ex Link ) B.Hylandลักษณะทั่วไป ไม้พุ่มขนาดกลางถึงใหญ่  สูง 2-5 เมตร  ลำต้นสีน้ำตาลอ่อน  ใบเดี่ยว  ออกตรงข้าม  รูปใบหอก  ปลายใบเรียวแหลม  โคนใบสอบ  กิ่งอ่อนเป็นเหลี่ยม  ใบอ่อนสีแดงเป็นมัน  ช่อดอกเป็นช่อกระจุกออกที่ปลายยอด  ดอกสีขาว  ออกดอกในเดือนมกราคมถึงมีนาคม  รังไข่อยู่ใต้วงกลีบ  เกสรตัวผู้จำนวนมาก  ผลยาวรีสีแดงคล้ายชมพู่  ยาว 2 เซนติเมตร สภาพปลูก เหมาะปลูกเป็นไม้กระถางหรือปลูกเป็นกลุ่ม  แต่ควรตัดแต่งทรงพุ่มบ่อยๆ เพื่อให้ต้นแตกยอดอ่อนสีแดง

 

 

แจงชื่อ : แจง  ชื่ออื่น : แกง แจ้งชื่อวิทยาศาสตร์ : Maerua siamensis Paxวงศ์ : CAPPARIDACEAEแหล่งที่พบ : ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือลักษณะทางพฤกษศาสตร์ต้น : ไม้ยืนต้นสูงประมาณ 5-10 เมตรใบ: ใบประกอบแบบนิ้วมือออกสลับ มีใบย่อย 3 ใบ รูปไข่กลับหรือรูปขอบขนาน กว้าง 1-3 ซม. ยาว 5-ซม. ปลายกลมหรือเว้าและมีติ่งดอก: สีเขียวอมขาวออกเป็นช่อตามซอกใบหรือปลายกิ่ง กลีบเลี้ยงมี 4 กลีบ โคนเชื่อมกัน ปลายแยกเป็น แฉกรูปไข่ กว้าง 0.2-0.3 ซม. ยาว 0.7-1 ซม. ปลายแหลม ขอบมีขนคล้ายเส้นไหม ไม่มีกลีบดอก เมื่อบานเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 ซม. เกสรตัวผู้ 9-12 อัน ก้านชูรังไข่ยาว 1.5-2 ซม. ผลรูปรีหรือ รูปกลม กว้าง 1.3-1.5 ซม. ยาว 2-2.5 ซม. เมล็ดมีลักษณะเป็นรูปไต

 

 

ชมพูพันธุ์ทิพย์ชื่อ : ชมพูพันธุ์ทิพย์วงศ์ : Bignoniaceaeชื่อวิทยาศาสตร์ : Tabebuia rosea (Bertol.)ชื่อพื้นเมือง : ชมพูอินเดีย, ธรรมบูชา, ตาเบบูยาลักษณะทั่วไปไม้ต้น สูง 8-25 เมตร เรือนยอดแผ่กว้างเป็นชั้นๆ ไม่ผลัดใบ  เปลือกสีน้ำตาลหรือสีเทาใบประกอบรูปนิ้วมือ เรียงตรงข้าม ใบเป็นแผ่นรูปรีปลายใบเรียวแหลม ขอบใบเรียบ ดอกสีชมพูอ่อน ออกเป็นช่อกระจุกตามง่ามใบ และที่ปลายกิ่ง  ผลเป็นฝักกลมเมล็ดแบนสีน้ำตาล มีปีกทั้งสองด้านของเมล็ด ขึ้นได้ในดินทั่วไปที่มีความชื้นปานกลาง แสงแดดเต็มวัน ผลแก่ระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายนขยายพันธุ์โดยเมล็ด งอกง่ายและมีอัตราการเจริญเติบโตเร็ว ออกดอก เดือนกุมภาพันธ์-เมษายน ทิ้งใบเกือบหมดเมื่อออกดอก พบมากบนถนน จรัญสนิทวงศ์