สถิติผู้เข้าชมเว็บตั้ง 23 พฤศจิกายน  2553
real time web stats

 

     เมื่อจบมัธยมปลาย จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยในปี พ.ศ. ๒๔๘๑ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้ตัดสินใจสอบเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนเท็ฆนิ คทหารบก (รัชกาลที่๙ พระราชทานนามใหม่ว่า โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๑) ตามคำชักชวนของเพื่อนสนิท แม้เดิมจะเคยคิดอยากเป็นหมอ แต่เนื่องจาก ขณะนั้น ฐานะทางบ้านไม่อำนวยกับการเรียนแพทย์ซึ่งจำเป็นต้องใช้เงินมาก “ในสมัยนั้น ผมไม่รู้จักว่าโรงเรียนนายร้อยอยู่ที่ไหน เพื่อนต้องพาผมไป ผมเองก็ไม่ค่อยได้สนใจมาก่อนว่านักเรียนนายร้อยเป็นอย่างไร เมื่อไปสอบก็สอบ ได้ ก็ได้รียนที่โรงเรียนนายร้อยด้วยกันทั้งสองคน แต่น่าเสียดายที่บุญ เกิด ประภาศิริ ต้องลาออกไปในระหว่างการเป็นนักเรียนนายร้อยปีที่ ๒ เนื่องจากเป็นโรคประจำตัวที่ขัดต่อคุณสมบัติของการเป็นนักเรียนนาย ร้อย “ที่จริงตอนนั้น ทหารเป็นที่นิยมมากพอสมควรเพราะเป็นช่วงกำลังเรียกร้องดินแดนคืนจอมพล ป.(พิบูลสงคราม) เป็นนายกใหม่ๆ คนก็เคารพศรัทธามาก ทหารจึงได้รับความสนใจมากพอสมควร ผมก็คิดว่าคงจะเรียน สำเร็จแล้วได้ออกเป็นนายทหาร อยากจะทำหน้าที่ให้สมกับที่เรียนมา”

 

 

     “ตอนเป็นนักเรียนนายร้อย ทางโรงเรียนจะมีรายการให้เราว่าจะต้องนำอะไรไปบ้าง เช่น กางเกงกี่ตัว เสื้อกี่ตัว สีอะไรบ้าง รวมทั้งจักรยานคันหนึ่ง ตอนนั้นพ่อผมยากจน ไม่สามารถที่จะหาของจนครบได้ ก็เอาไปแต่เพียงครึ่งเดียว แล้วไปบอกกับผู้บังคับบัญชาว่าผมหามาได้แค่ นี้ ยังไม่มีเงินซื้อ ผู้หมวดท่านก็ไม่ว่าอะไร ก็มีความรู้สึกตื่นเต้นมากเพราะมันเป็นการเปลี่ยน ชีวิตใหม่ แต่บังเอิญนักเรียนสวนกุหลาบสอบได้เยอะ มีคนรู้จักกันดูเหมือนจะกว่า ครึ่ง สำหรับจักรยานที่ต้องจัดหาก็เพราะสมัยก่อนไม่มีรถยนต์ จึงต้องใช้เวลา ออกไปฝึกนอกสถานที่เช่น ไปยิงปืนที่สนามเปา ก็ให้นักเรียนเข้าแถวขี่กันไป ส่วนรถของทางราชการนั้นก็ใช้บรรทุกพวกกระสุน หรือสัมภาระอื่นๆ ตามไป รวมทั้งพวกเจ็บป่วยหรือยังขี่จักรยานไม่เป็น ก็ให้นั่งรถยนต์ไป ส่วนตัวผมเนื่องจากตอนนั้นยังตัวเล็ก บางทีผู้หมวดท่านก็ให้ผมนั่งรถยนต์ไป และผู้หมวดท่านก็ขี่จักรยานของผม  “โรงเรียนเท็ฆนิคเรียนกันค่อนข้างหนัก อย่างวิชาทหารปืนใหญ่ การเรียนต้องคิดคำนวณหลักฐานยิง ไม่มีตารางให้เปิดหาเช่นในสมัยนี้ พวกเราก็ อยากจะเรียนกันให้เก่ง แต่ปัญหาที่ทำให้นักเรียนเรียนกันไม่เก่งนอกจากที่ หัวดีจริงๆ เพราะว่าตอนเราเรียนอยู่โรงเรียนมัธยมศึกษา ตำราเป็นภาษาอังกฤษ และใช้ระบบอังกฤษตลอด วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาคณิตศาสตร์เป็นภาษอังกฤษหมด แต่ พอเข้าโรงเรียนนายร้อยสมัยผมหนังสือเปลี่ยนระบบเป็นภาษาฝรั่งเศสหมด เลย เริ่มตั้งแต่ปี๑ อะไรๆ ก็เป็นภาษาฝรั่งเศสหมด ตำราก็ไม่มี ตำราคืออาจารย์เขียนแล้วไปพิมพ์โรเนียว มาแจก ไม่น่าอ่าน ผิดบ้างถูกบ้าง และก็ไม่ชินกับระบบของฝรั่งเศส จึงเรียนยาก พวกที่เรียนดีพอเข้าปี๑ ก็ตกไปเสียเยอะ...    

    

     “ใครๆ ก็อยากเป็นทหารปืนใหญ่ เพราะจอมพล ป.(พิบูลสงคราม) ท่านเป็นทหารปืนใหญ่ ใครๆ ก็อยากเป็นอย่าง จอมพล ป. กันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นปืนใหญ่ พวกเราจึงเลือกกันทุกคน เลือกกันหมดทั้งชั้น... ตอนผมเข้าเป็นนักเรียน ผม ตั้งใจเป็นทหารปืนใหญ่ และเลือกได้แล้วด้วยซ้ำ คือเราเลือกตอนปลายปี๓ ผมเลือกได้ และได้ไปฝึกปืนใหญ่แล้ว คือปืนแบบ๖๓ เป็นปืนภูเขาฝึกอยู่ตั้งนาน แต่พอดีเกิดสงครามทุกอย่างจึงเปลี่ยนไปหมด ผมจึงเลือกเป็นเหล่าทหารม้า”

 

      พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรพิเศษของโรงเรียนเท็ฆนิ คทหารบก เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๔ โดยใช้เวลาเพียง๓ ปี เนื่องจากช่วงนั้น เกิดกรณีพิพาทในอินโดจีน ระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลฝรั่งเศส ประเทศต้องการกำลังทหาร จึงมีนโยบายเร่งรัดให้นักเรียนนายร้อยออกรับราชการ ก่อนกำหนด (หลักสูตรปกติ๕ ปี) นักเรียนรุ่นที่๕ ของโรงเรียนเท็ฆนิคทหารบก จึงได้มีสมรภูมิรบเป็นสถานศึกษาให้เรียนรู้ความเป็นทหารอาชีพ ที่ชีวิตและวิญญาณก็มิได้เป็นของเขาอีกต่อไป แต่เป็นของประเทศชาติ สมดังคำปฏิญาณของนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าที่ว่า

 

“ข้าพระพุทธเจ้าจักรักษามรดกของพระองค์ท่านไว้ด้วยชีวิต”

หน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20